เคล็ดลับฝึกใจจดจ่อมีสมาธิ เพิ่มโอกาสทำงานสำเร็จมากขึ้น

เคล็ดลับฝึกใจจดจ่อมีสมาธิ เพิ่มโอกาสทำงานสำเร็จมากขึ้น

ชีวิตทุกวันนี้เต็มไปด้วยสิ่งล่อใจมากมายทำให้ไม่สามารถฝึกใจจดจ่อกับการทำงาน หลายคนกังวลกับการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือ การเช็คอีเมล โซเชียลมีเดียและคลิปวิดีโอบนอินเทอร์เน็ต หากจิตใจวนเวียนคิดถึงกิจกรรมอื่น ๆ จนเสียสมาธิโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่เพียงเสียเวลาและทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงเท่านั้น แต่ยังดูเหมือนไม่ให้ความสำคัญกับงานที่ได้รับมอบหมายด้วย

ประโยชน์ของการฝึกใจให้มีสมาธิคือจิตใจที่ยึดมั่นกับความคิดเดียว เมื่อสมองจดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่ง จะสามารถเรียบเรียงความคิดเป็นระเบียบ ไม่ข้ามไปมาหรือคิดวนเวียนจนงานที่ทำอยู่ไม่คืบหน้า หากขาดสมาธิจิตใจล่องลอยไขว้เขวได้ง่าย ไม่เพียงทำงานเสร็จล่าช้าเท่านั้น จิตใจที่ขาดสมาธิยังขาดความรอบคอบ มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจนต้องกลับมาแก้ไขทำงานซ้ำทั้งเสียเวลา เหนื่อยยิ่งกว่าเดิม และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย

เคล็ดลับการฝึกสมาธิให้จดจ่ออยู่กับงาน ทำได้ดังนี้

1.วางแผนงานและจดรายการสิ่งที่ต้องทำ ลำดับความสำคัญและทำงานทีละอย่างให้เสร็จตามลำดับ รู้ว่าอะไรเสร็จแล้วและยังเหลืองานที่ต้องทำอีกเท่าไร การทำงานหลายอย่างพร้อมกันอาจเกิดความผิดพลาดและสุดท้ายอาจไม่เสร็จสักอย่าง ควรฝึกนิสัยจัดตารางการทำงานเป็นขั้นตอน ทำไปทีละอย่างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การทำสมาธิยังมีส่วนช่วยให้เกิดความกระตือรือร้นทำงานได้ดีขึ้นและนานขึ้น

2.ปิดสิ่งรบกวนทั้งหมด เช่น อีเมล, แอปพลิเคชั่น Line, Facebook, โซเชียลมีเดีย เป็นต้น เพราะการคลิกเข้าไปดูมือถือหรือแชตบ่อย ๆ จะเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่มีสติอยู่กับงานและเสียเวลาไปมากโดยไม่รู้ตัว ทำให้งานค้างเสร็จไม่ทันเวลา

3.พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ช่างเจรจาให้เข้าใจ ว่าช่วงไหนมีงานเร่งด่วน ไม่สามารถคุยเล่นได้จนกว่าจะทำงานเสร็จ สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวนบ่อย ๆ ทำให้สมาธิแตกกระเจิงไม่สามารถโฟกัสกับงานที่ทำ หากผู้คนและสถานที่ไม่เป็นใจ ลองใช้หูฟังเปิดเพลงเบา ๆ คลอไปขณะทำงานช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นและขจัดเสียงรบกวนออกไปได้ด้วย

4.กำหนดเวลาเช็คอีเมลให้ชัดเจน เช่น 2-3 ชั่วโมงต่อครั้ง เลือกรับสายโทรศัพท์และตอบไลน์ที่จำเป็นเท่านั้น คนที่เสพติดมือถือเช็คโซเชียลมีเดียเกือบตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำงานจะมีผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

5.กินอาหารตรงเวลา ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ไม่หิวกระหายจนเสียสมาธิในการทำงาน ออกกำลังกายเป็นประจำและฝึกโยคะหรือทำกิจกรรมที่ชอบ จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและสร้างสมาธิได้

6.ฝึกใจให้มีความคิดเชิงบวกกับงาน เป็นเทคนิคช่วยให้มีความกระตือรือร้นและควบคุมพฤติกรรมให้สนใจกับงานที่ทำมากขึ้น

การฝึกจิตใจให้มีสมาธิและตั้งสติอยู่กับปัจจุบันส่งผลให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พัฒนาความสามารถในการทำงานและช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ทำมากขึ้น หากขจัดปัจจัยที่เป็นตัวการทำให้ฟุ้งซ่านได้ด้วยยิ่งส่งผลดี เมื่อทำงานอย่างตั้งใจจริงจังแล้ว ก็จะสำเร็จตามเป้าหมายแน่นอน