วิธีฝึกใจป้องกันไม่ให้เป็นภาวะ burn Out หมดไฟในการทำงาน

การทำงานของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน มักจะมีความทุ่มเทสูง ประกอบกับมีภาวะกดดันรอบด้านจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม จึงทำให้หลายคนเกิดปัญหา burn Out หรือหมดไฟในการทำงานที่เป็นอาการเจ็บป่วยทางสุขภาพจิต ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้

เรามาดูกันว่ามีคำแนะนำอย่างไร ที่คนรุ่นใหม่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อฝึกใจให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นภาวะโรคนี้ได้

1. จัดสมดุลให้การทำงาน

การที่คนรุ่นใหม่ให้เวลาทุ่มเทกับการทำงานมากเป็น 2 ใน 3 ส่วน หรือ 3 ใน 4 ส่วนของเวลาในแต่ละวัน นับว่าเป็นการทำงานที่มีความเครียดและกดดันสูง ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ทรุดโทรมอย่างรวดเร็วและยังทำให้สมองมีอาการอ่อนล้า ส่งผลให้เป็นโรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวลตามมาด้วย จึงควรกำหนดตัวเองทำงานไม่ควรเกิน 10-12 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น

2. มีแผนการทำงานที่ชัดเจน

การลำดับงานตามความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้งานแต่ละอย่างสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น ลดปัญหางานค้างสะสมได้ โดยควรให้เวลากับการจัดตารางแผนงานทุกวันก่อนนอนอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เช้าวันถัดมาสามารถเริ่มงานได้ด้วยสมองที่ปลอดโปร่ง

3. ให้เวลากับการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

แม้ว่าทุกคนจะต้องการมีรายได้จากการทำงานมากที่สุด แต่ก็อย่าลืมว่าร่างกายคือทรัพยากรที่จำเป็นจะต้องแข็งแรง มีอารมณ์ที่แจ่มใสอยู่เสมอ จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด การจัดเวลาให้แก่การพักผ่อนนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละครึ่งชั่วโมง จะช่วยให้ถึงเป้าหมายความสำเร็จในการทำงานได้อย่างไม่กดดันเกินไป

4. ให้ความสำคัญกับเพื่อนและครอบครัว

จะมีประโยชน์อะไรหากคุณประสบความสำเร็จในด้านการงานการเงินแต่คุณไม่มีคนที่รักและห่วงใยอย่างแท้จริงมาร่วมยินดีกับคุณ การให้เวลากับเพื่อน พ่อแม่ สามีภรรยาและลูก เป็นสิ่งที่ต้องแบ่งเวลาอย่างเหมาะสม เมื่อมีความทุกข์สามารถที่จะเล่าสู่แบ่งปันกัน เพื่อช่วยกันในการแก้ปัญหา จะทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และทำให้มีกำลังใจในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ภาวะหมดไฟในการทำงานก็จะน้อยลงได้

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการฝึกใจที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ในทุกสาขาอาชีพ ให้ก้าวสู่ความสำเร็จในการทำงานได้อย่างมีสมดุล ทั้งเรื่องงานสุขภาพ ครอบครัว การเงิน ที่ต้องสอดคล้องกัน หากปฏิบัติตามที่แนะนำเป็นประจำ จะทำให้คุณลดความเสี่ยงต่อการรู้สึกหมดไฟในการทำงานได้อย่างแน่นอน

วิธีฝึกใจป้องกันไม่ให้เป็นภาวะ burn Out หมดไฟในการทำงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *