วิธีประหยัดเงินสนุกๆ

ฝึกใจอย่างไร ช่วยให้ประหยัดได้มากกว่าที่เคย

ความประหยัดจะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตทางการเงินได้ในภาวะเศรษฐกิจครอบครัวที่มีการความฝืดเคืองหรือจำเป็นต้องรัดเข็มขัดในบางช่วง นอกจากการทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำวันแล้ว ยังมีวิธีการฝึกใจอย่างไร ที่ช่วยให้ประหยัดได้มากกว่าที่เคย มาดูกัน

การเห็นคุณค่าของเงินเหรียญ

การเห็นคุณค่าของเงินเหรียญ

หลายคนมองข้ามเงินเหรียญบาท เหรียญ 0.25 บาท หรือ 50 สตางค์ ว่าเป็นมูลค่าเล็ก น้อย แต่ต้องไม่ลืมว่าเงินทุกบาทย่อมมาจากหน่วยเล็ก ๆ ที่สามารถสะสมรวมกันให้มีอำนาจในการซื้อขายได้ การมีกระปุกออมสินไว้หยอดเหรียญจึงเป็นหนึ่งในวิธีการฝึกใจให้เห็นคุณค่าของสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้ต่อยอดเป็นการอดทนที่จะไม่ใช้เงินไปกับสิ่งฟุ่มเฟือยได้ดีขึ้น

การเห็นคุณค่าของเงินเหรียญจะทำให้การใช้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่น ลดการบริโภคเครื่องดื่มที่ไม่จำเป็น เช่น ชากาแฟนม ฯลฯ (ปกติเราอาจแค่เคยชินกับการเดินผ่านร้านแล้วต้องแวะซื้อ) การบริโภคอาหารนอกบ้านลดลง และเปลี่ยนมาเป็นการทำอาหารคลีนเพื่อนำไปรับประทานในที่ทำงานแทน เป็นต้น

การซื้อของลดราคา

การรอช่วงจังหวะโปรโมชั่นของสินค้าแบรนด์โปรด ไม่ซื้อในคอลเลคชั่นใหม่ที่จะถูกคิดเต็มราคา จะช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายไปได้มาก การรอซื้อของลดราคาในช่วงเทศกาล เช่น ช่วงหน้าหนาว จะมีการลดราคาชุดว่ายน้ำ และอุปกรณ์สำหรับการเที่ยวทะเล ช่วงฤดูร้อนจะมีการลดราคาของเสื้อกันหนาว เสื้อคลุม

แม้จะเป็นสินค้าที่ตกรุ่นหรือสีสันไม่จัดจ้านอย่างรุ่นใหม่ที่เพิ่งโฆษณา แต่ในทางคุณประโยชน์แล้ว ก็ยังสามารถใช้ทดแทนกันได้ การไม่อายที่จะซื้อสินค้าในราคาลดจะช่วยให้เงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้น และเป็นการฝึกใจให้อดทนรอคอยต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ข้อคิดก่อนจับจ่าย

ข้อคิดก่อนจับจ่าย

ก่อนซื้อต้องดูที่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่จะเลือกซื้อ ไม่ควรดูแต่ที่ราคาลดมาก ๆ เพราะอาจเป็นรุ่นที่ผลิตมานานหลายปีจนมีอายุการใช้งานไม่คุ้มค่า หากคิดจะใช้เป็นประจำ แต่หากใช้เฉพาะกิจ เช่น สำหรับเป็นพร็อพงานปาร์ตี้ ของใช้เพื่อเล่นกิจกรรมที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน อย่างนี้แนะนำว่าควรเน้นที่ราคาถูก จะได้ไม่ต้องมาเสียดายคุณภาพของในภายหลัง

จะเห็นได้ว่า การฝึกใจให้ประหยัดสามารถทำได้ไม่ยากจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ต้องมีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติ ไม่เข้มงวดกับตัวเองจนเกินไปจนเป็นอันทำให้อึดอัด และอาจทำให้มีอาการตบะแตกซื้อของอย่างไม่บันยะบันยังในภายหลัง ต้องท่องไว้เสมอว่าการประหยัดไม่ใช่ไม่ใช้เงิน แต่ต้องมาจากการเห็นคุณค่าของเงินเพื่อให้การใช้จ่ายทุกครั้งมีเหตุผลที่สมควรเสมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *