4 วิธีฝึกใจ ขับเคลื่อนชีวิตไปสู่ความสุข

4 วิธีฝึกใจ ขับเคลื่อนชีวิตไปสู่ความสุข

หลายคนตระหนักดีว่าการฝึกใจด้วยการสร้างกำลังใจให้กับตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีจะได้มีกำลังใจที่เข้มแข็งหรือไม่ท้อถอยได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 4 วิธีฝึกใจ จะได้ตรวจสอบตัวเองว่าขาดข้อไหนบ้างและควรเสริมประเด็นอะไร จะได้ขับเคลื่อนชีวิตก้าวไปสู่ความสุข ดังต่อไปนี้

วิธีที่ 1 ทำความดีอย่างต่อเนื่อง
มีหลายคนที่ทำความดีแล้วไม่ได้อย่างใจคิด เกิดความท้อและไปหลงเชื่อคำกล่าวในทางตรงข้าม คือ “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป” ดังนั้นต้องฝึกใจให้ตั้งมั่นในความเห็นที่ถูกต้อง กล่าวคือ “ทำดีต้องได้ดี” เมื่อจิตใจใฝ่ดีแล้ว ก็จะดึงดูดความคิดบวกและคนที่มีความดีเสมอกันเข้ามาแวดล้อม การทำความดีอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จ เพราะฉะนั้น ต้องตั้งความเห็นและทัศนคติในเรื่องนี้ให้ถูกต้องก่อนอื่นใด

วิธีที่ 2 มีความคิดเชิงสร้างสรรค์
การมีความคิดเชิงสร้างสรรค์ หมายความว่า คิดถูกหรือคิดเชิงบวก ไม่ให้เกิดความคิดลบ ซึ่งส่วนใหญ่ความคิดลบนั้น เกิดจาก 3 เรื่อง คือ 1) สิ่งใดที่ไม่ได้เป็นของเราก็อยากจะได้เป็นของเรา 2) การคิดเบียดเบียนอยากให้เขาย่ำแย่เลยคิดจะแกล้งซึ่งเป็นความคิดลบที่เกิดในใจ และ 3) คิดพยาบาทปองร้ายหรือคิดจะแก้แค้นจนอยากจะฆ่าเขาให้ตาย แค่เริ่มคิดจะสัมผัสได้ทันทีว่า คุณภาพใจตกต่ำลง เพราะฉะนั้น หากฝึกใจให้มีความคิดเกื้อหนุนเชิงบวก ก็จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมา พลังใจก็จะเพิ่มพูนทันที และเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำได้

วิธีที่ 3 คำพูดเชิงบวก ช่วยเสริมกำลังใจ
การพูดเชิงบวกเป็นการเสริมกำลังใจได้ดีมาก ในทางตรงข้าม หากพูดลบก็จะบั่นทอนตัวเอง เช่น พูดเรื่องไม่จริงหรือโกหก พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียดให้เกิดการทะเลาะกัน พูดเหลวไหลไร้สาระ ถ้าได้พูดเช่นนี้ ก็จะทำให้คุณภาพใจตกต่ำ ยิ่งโดยเฉพาะในยุคนี้มีสื่อใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายทางออนไลน์ เมื่อคุยกันโดยไม่ได้เจอตัวจริงก็ทำให้กล้าพิมพ์คำหยาบมากขึ้น ดังนั้นต้องเริ่มฝึกใจตนเองก่อนในการพูดเชิงบวกเพื่อเสริมกำลังใจให้กับตัวเอง เช่น “ฉันทำได้” “วันนี้ต้องมีสิ่งดี ๆ เข้ามาแน่นอน” “พยายามเข้า ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล” หรือ “ท้อได้ แต่อย่าถอย” พร้อมกันนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงสื่อหรือข้อความทางลบ เพราะเป็นตัวบั่นทอนกำลังใจได้ เช่น ความเห็นในเชิงลบ คำหยาบคายต่าง ๆ ที่มักพบเห็นในโลกออนไลน์ ขอแนะนำให้ลบ บล๊อก หรือหลีกเลี่ยงการเสวนากับคนพาล

วิธีที่ 4 มีสติจดจ่อ
การมีสติอยู่กับเนื้อกับตัว จะทำอะไรมีสติจดจ่อก็จะเกิดความมั่นใจและกำลังใจเพิ่มพูนขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากคนที่ฟุ้งซ่าน เวลาทำอะไรก็จะฟุ้งซ่านเรื่องอื่นเป็นชั่วโมงเป็นสิบเป็นร้อยเรื่องเพราะมัวฝันถึงแต่อนาคต แต่ไม่เริ่มลงมือทำ สุดท้ายก็จะอยู่ในโลกแห่งความฝันและไม่กล้าออกมาเผชิญโลกแห่งความจริง ส่งผลทำให้กำลังใจไม่เกิดขึ้น การมีสติ จะทำให้รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ หรืออยู่ในอารมณ์ใด และจะต้องแก้ไขอย่างไร เมื่อรู้ตัวอยู่ตลอด ก็เหมือนการขี่จักรยานที่รู้ว่าจะทรงตัวหรือหันหัวรถไปทางไหน และเลือกเส้นทางที่นำไปสู่ความสุขได้อย่างที่ต้องการ

วิธีฝึกใจดังกล่าวข้างต้น จะช่วยสร้างกำลังใจและขับเคลื่อนชีวิตก้าวไปสู่ความสุขและความสำเร็จได้ แน่นอนว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อฝึกใจไปเรื่อย ๆ ทีละเรื่อง จากเรื่องเล็ก เช่น รำคาญเสียงหมาเห่าข้าง ๆ บ้าน หรือ เสียงซุบซิบนินทาที่ทำให้จิตตก ไปถึงเรื่องใหญ่กว่านั้น เช่น ตกงานหรือถูกโกงเงิน เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง คุณก็จะเริ่มตระหนักว่าตนเองมีจิตใจหนักแน่นขึ้น รู้ว่าเรื่องใดควรทำหรือไม่ควรทำ เรื่องใดควรสนใจหรือปล่อยวาง ซึ่งจะทำให้จิตใจของคุณรู้สึกเป็นสุขได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีปัญหาใดผ่านเข้ามาก็ตาม